เสาเข็มเจาะระบบเปียก
เสาเข็มเจาะระบบเปียก(Wet Process)
ออร์เจริญทรัพย์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสาเข็มเจาะสามขา ระบบเปียก (Wet Process) ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง35-40 -50 และ 60 เซนติเมตรซึ่งเป็นระบบที่มีแรงสั่นสะเทือนต่ำ กระทบกระเทือนต่ออาคารบริเวณข้างเคียงไม่มากนัก อีกทั้งยังใช้พื้นที่ในการดำเนินการค่อนข้างน้อยสามารถใช้ได้กับฐานราก อาคาร ตึกทุกประเภท ตั้งแต่อาคารบ้านพักอาศัย ขนาดเล็ก อาคารชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเมนต์ โกดังเก็บสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมเป็นระบบ สามารถเคลียร์พื้นที่ ส่งมอบงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ออร์เจริญทรัพย์จึงเป็นอีกหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากโครงการขนาดใหญ่ต่างๆมากมายตลอดจนผู้รับเหมาโดยทีมงานช่างผู้ชำนาญหลายคน หลายแผนกมีรถเจาะ(รถ4ล้อ ที่ประยุกต์มาเจาะเข็มโดยไม่ต้องใช้ชุดสามขา) มีรถ 4 ล้อ เครน และ 6 ล้อ เครน คอยเคลื่อนย้ายชุดเครื่องมือย้ายหน้างานได้ทันที จุดเด่นของเข็มเจาะสามขา คือ สามารถเข้าไปทำงานได้เกือบทุกที่ไม่จำกัด ถึงแม้ว่า บางสถานที่จะคับแคบ
| รายละเอียดเข็มเจาะ Wet PROCESS | |||
|---|---|---|---|
| เส้นผ่านศูนย์กลาง 60 ซม. | 2,827 ตร.ซม. | 188 ซม. | 50-60 ตัน |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซม. | 5,028 ตร.ซม. | 251 ซม. | 200 ตัน |
ขั้นตอนวิธีทำเสาเข็มเจาะ
ขั้นตอนที่ 1
การจัดเครื่องมือเข้าศูนย์กลางเสาเข็มเจาะ ปรับตั้ง 3 ขาให้ได้แนวศูนย์กลางของเสาเข็มเมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว ตอกหลักยึดแท่นเครื่องมือให้แน่น แล้วยกกระเช้าเจาะนำเป็นรูลึกประมาณ1.00เมตร
ขั้นตอนที่ 2
การตอกปลอกเหล็ก ชั่วคราว
- ขนาดและความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราว ปลอกเหล็กชั่วคราวจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 ซม. 40 ซม. 50 ซม. 60 ซม. เสาเข็มเจาะซึ่งแต่ละท่อนจะมีความยาวประมาณ 1.00 เมตร ต่อกันด้วยระบบเกลียวในการทำงานจะตอกปลอกเหล็กผ่านชั้นดินอ่อน ซึ่งอยู่ด้านบนจนกระทั่งถึงขั้นดินแข็งปานกลาง เพื่อป้องกันการเคลื่อนพังของผนังรูเจาะในขั้น ดินอ่อนและป้องกันน้ำใต้ดินไม่ให้ไหลซึมเข้าในรูเจาะอันจะเป็นผลให้คุณภาพของคอนกรีตไม่ดีเท่าที่ควร
- การควบคุมตำแหน่งให้ถูกต้องและอยู่ในแนวดิ่ง การตอกปลอกเหล็กชั่วคราวลงไปแต่ละท่อนจะมีการตรวจสอบตำแหน่งศูนย์กลางของเข็มและแนวดิ่งอยู่เสมอเพื่อเป็นการป้องกันมิให้เข็มเจาะเอียง
ค่าความเบี่ยงเบนที่ยอมให้
- ความเบี่ยงเบนแนวราบ 5 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มเดี่ยว
- ความเบี่ยงเบนแนวราบ 7 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มกลุ่ม
- ความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง 1 : 100 โดยรวม
ขั้นตอนที่3
การเจาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะ ในช่วงดินอ่อนจะใช้กระเช้าชนิดมีลิ้นที่ปลายเก็บดินโดยใช้น้ำหนักของตัวมันเองเมื่อกระเช้าถูกทิ้งไปในรูเจาะดินจะถูกอัดให้เข้าไปอยู่ในกระเช้า และจะไม่หลุดออกเพราะมีลิ้นกันอยู่ในเวลายกขึ้นมาทำซ้ำกันเรื่อยๆ จนดินถูกอัดเต็มกระเช้าจึงนำมาเทออก การเจาะจะดำเนินไปจนกระทั่งถึงชนิดดินแข็งปานกลาง จึงเปลี่ยนมาใช้กระเช้าชนิดไม่มีลิ้นที่ปลายเก็บต่อ ไปจนได้ความลึกที่ต้องการการตรวจสอบการเคลื่อนพังของดินในขั้นที่ไม่มีปลอกเหล็กชั่วคราวในระหว่างการเจาะเอาดินขึ้น จะหมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้า หรือไม่โดยดูจากชนิดของดินซึ่งเก็บขึ้นมาควรจะต้องสอดคล้องกับความลึกและคล้ายคลึงกับเข็มต้นแรก ๆ ถ้าตรวจพบว่า ดินเกิดจากการเคลื่อนพังจะรีบแก้ไขในทันทีโดยตอกปลอกเหล็กชั่วคราวให้ลึก ลงไปอีก
ขั้นตอนที่ 4
การตรวจสอบรูเจาะก่อนใส่เหล็กเสริม
- การวัดความลึก โดยวัดจากความยาวของสายสลิงรวมกับความยาวของกระเช้าตักดิน
- การตรวจสอบก้นหลุม ใช้สปอร์ตไลท์ส่องดูก้นหลุมว่ามีการยุบเข้ามีน้ำซึมหรือไม่ถ้ามีน้ำซึมที่บริเวณก้นหลุมจะเทคอนกรีตแห้งลงไปประมาณ 50 ซม.และกระทุ้งให้แน่นด้วยตุ้มเหล็ก จากนั้น ใช้ปูน ทราย 1:1.5 เทลงไปประมาณ 30-50 ซม.ก่อนใส่เหล็ก(เฉพาะในกรณีที่มีน้ำซึมก้นหลุม)
ขั้นตอนที่ 5
ใส่เหล็กเสริม
- ชนิดของเหล็กเสริม ส่วนเหล็กเส้นกลมตาม มอก. 20-2524( SR24 ) ส่วนเหล็กเส้นข้ออ้อยตามมอก.24-2524 ( SD-40 )
- ขนาดและปริมาณเหล็กเสริม
ขั้นตอนที่ 6
การเทคอนกรีต
- ชนิดของคอนกรีต
- วิธีเทคอนกรีต
- วิธีทำให้คอนกรีตแน่นมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 7
การถอดปลอกเหล็ก ชั่วคราว